คุชิโระ เมืองท่าล้ำค่าแห่งฮอกไกโดตะวันออก

คุชิโระ เมืองท่าล้ำค่าแห่งฮอกไกโดตะวันออก

คุชิโระ (Kushiro) เมืองท่าล้ำค่าแห่งฮอกไกโดตะวันออก
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายคนคงเกิดคำถามว่า คุชิโระคือที่ไหนของญี่ปุ่นนะ คุชิโระมีอะไรน่าเที่ยว วันนี้ JTB จะพาไปหาคำตอบกัน

คุชิโระอยู่ตรงไหนของญี่ปุ่นนะ? คุชิโระเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคฮอกไกโดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของฮอกไกโด

คุชิโระมีอะไรน่าเที่ยว?
คุชิโระมีธรรมชาติสวยงามมากมาย ใครกำลังตามหาที่เที่ยวที่เงียบสงบล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์สวยงามที่ คุชิโระนับว่าตอบโจทย์อย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยติดอันดับโลกทีเดียว และที่นี่ยังโอบล้อมด้วยภูเขา แม่น้ำและทะเลสาบมากมาย โดยทะเลสาบที่เป็นไฮไลท์ที่เราอยากแนะนำเป็นพิเศษคือที่ ทะเลสาบอะคัง ทะเลสาบน้ำตื่นที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอะคัง ตอนเหนือของเมืองคุชิโระ ที่มีทัศนียภาพสวยงามในทุกฤดู และยังเป็นแหล่งสาหร่ายมาริโมะตามธรรมชาติแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่น โดยไฮไลท์ของที่ทะเลสาบอะคังคือช่วงฤดูหนาวที่ผืนน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง และยังเป็นแหล่งชมนกกระเรียนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมี แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวไอนุ ให้เที่ยวชมอีกด้วย

ปรากฎการณ์ดอกไม้น้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนมกราคม

ภาพจากมุมด้านบนของทะเลสาบอะคังในช่วงฤดูหนาว

คุชิโระเสน่ห์วัฒนธรรมพื้นเมืองของ “ชาวไอนุ” ที่น่าค้นหา
บริเวณริมทะเลสาบอะคังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอย่าง Akan Ainu Kotan (อะคัง ไอนุ โคตัน) เป็นหมู่บ้านชาวไอนุซึ่งนับเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวไอนุซึ่งเป็นชนเผ่าดั้งเดิมของฮอกไกโด โดยที่หมู่บ้านไอนุมีทั้งพิพิธภัณฑ์ โรงละคร ให้ได้เลือกเรียนรู้ควบคู่กับกิจกรรมที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม

ไฮไลท์จะอยู่ช่วง 8-10 ตุลาคมของทุกปี จะมีงานเทศกาลมาริโมะ (Marimo Matsuri) โดยหนึ่งในพิธีสำคัญคือ มีการบูชาเทพเจ้าของชาวไอนุ มีการสวดภาษาไอนุ ตักสาเกใส่ถ้วย Touki แล้วก็ใช้ไม้ Pasuy ที่ว่ากันว่า เป็นไม้ที่เป็นตัวกลางในการส่งสารถึงเทพเจ้า ในการตักสาเก รดไปบนกองฟาง และพืชพรรณต่างๆ พอเสร็จพิธีในห้อง ก็มีการไปเคารพรูปปั้น และภาพคนสำคัญ คือ ท่านมาเอดะ มาซานะ ที่เป็นผู้มอบที่ดินรอบทะเลสาบ Akan ให้ชาวไอนุอยู่ มีการเป่าเครื่องดนตรี Mukkuri และร่ายรำการยิงธนู ปิดท้ายด้วยการขึ้นเรือไปในป่าเพื่อรดสาเกกับต้นไม้ใหญ่ด้วย

นอกจากวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาของชาวไอนุแล้ว สำหรับคนที่ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่นี่ก็มี พิพิธภัณฑ์เมืองคุชิโระ ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวทั้งอดีตและปัจจุบันของคุชิโระไว้ทั้งหมด เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียว สามารถเรียนรู้ความเป็นมาของเมืองนี้ได้เลย
เวลาเปิดทำการ : 9:30-17:00
วันหยุด : ทุกวันจันทร์ ตรวจสอบวันหยุดเพิ่มเติมได้ ในเว็บ https://www.city.kushiro.lg.jp/museum/annnai/1002696.html
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่/มหาวิทยาลัย 480 เยน, มัธยมปลาย 250 เยน, ต่ำกว่ามัธยมต้น 110 เยน

คุชิโระมีสัตว์ป่าหายากมากมายโดยเฉพาะ นกกระเรียนแสนสวย
เมืองคุชิโระอุดมไปด้วยสัตว์ป่าหายากมากมายโดยเฉพาะ
นกกระเรียนมงกุฎแดง แห่งเมืองคุชิโระ ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองนี้อีกด้วย นกกระเรียนมงกุฎแดง มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า 丹頂 (Tancho) โดยชาวญี่ปุ่นเชื่อว่านกกระเรียนมงกุฎแดงจะนำมาซึ่งความภักดีและโชคลาภ ที่เมืองคุชิโระจะมีพิพิธภัณฑ์และอุทยานต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับนก และสามารถมาชมนกตัวเป็นๆ ได้ หรือบางทีตามท้องทุ่งข้างทาง เราอาจได้เห็นนกมากินเมล็ดพันธุ์ หรือบินบนท้องฟ้าเป็นปกติเลย

แนะนำสถานที่ชมนกกระเรียนมงกุฏแดงในเมืองคุชิโระ
- สะพานโอโตวะ (หมู่บ้านสึรุอิ)  
- อุทยานธรรมชาตินกกระเรียนเมืองคุชิโระ (เมืองคุชิโระ)  
- สวนสัตว์เมืองคุชิโระ "ศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์นกกระเรียนมงกุฎแดง" (อะคัง เมืองคุชิโระ)

อีกจุดที่อยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากศึกษานกกระเรียนอย่างใกล้ชิดสามารถแวะมาเที่ยวได้ที่ ศูนย์นกกระเรียนนานาชาติอะคังเมืองคุชิโระ (Kushiro-shi Akan-cho International Crane Center) เป็นศูนย์การศึกษาวิจัยและอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ทันโจซึ่งเป็นสัตว์หายากในประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จะทำการขยายพันธุ์และดูแลเลี้ยงดูนกกระเรียน โดยสามารถมาเที่ยวชมนกกระเรียนตามธรรมชาติอย่างใกล้ชิดได้

นอกจากนกกระเรียนหากมาในช่วงที่อากาศดีเราอาจมีโอกาสได้พบกับเหล่าน้องกวางสุดน่ารักแวะมาทักทายตามถนนหนทางอีกด้วย

คุชิโระมีสาหร่ายมาริโมะ สุดแสนจะน่ารักซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้เพียงแห่งเดียวที่ทะเลสาบ Akan เมือง Kushiro จังหวัด Hokkaido
คิดว่าหลายคนคงเคยมีโอกาสได้เห็น สาหร่ายมาริโมะ ลูกกลมๆ มีขนสีเขียวปุกปุยกันผ่านตามาบ้างแล้วเพราะในช่วงหนึ่งที่ไทยเราก็ได้รับความนิยมจากคนรักไม้น้ำนำมาเลี้ยงกัน โดยที่ประเทศญี่ปุ่นแต่เดิมสามารถพบได้ในทะเลสาบมากมาย แต่ปัจจุบันสามารถพบได้เพียงแห่งเดียวที่ทะเลสาบ Akan เมือง Kushiro จังหวัด Hokkaido แต่และด้วยเหตุนี้ เราไม่สามารถเก็บมาริโมะจากธรรมชาติกลับบ้านได้นะคะ เพราะ สาหร่ายมาริโมะเป็นพืชอนุรักษ์ หากใครเก็บจะผิดกฎหมาย หากเพื่อนๆ เห็นที่เขาวางขายใส่ขวดโหลนั้น เป็นมาริโมะที่เพาะเลี้ยงจากการวิจัยเพื่อนำมาขายเท่านั้น สำหรับคนที่สนใจ แนะนำให้มาดูที่ทะเลสาบ Akan ที่นี่จะมีศูนย์มาริโมะอยู่กลางทะเลสาบ โดยต้องนั่งเรือท่องเที่ยว ใช้เวลา 85 นาที หรือใช้บริการสปีดโบ๊ท ที่นี่เราจะได้เห็นมาริโมะลูกใหญ่กว่า 25 เซ็นติเมตร และมาริโมะที่แตกออกจากการเป็นก้อนด้วย

ได้ที่เที่ยวแล้วอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือ อาหาร ที่เมืองคุชิโระก็มีอาหารหลากหลายให้ได้ลิ้มลองกัน เมนูหนึ่งที่อยากแนะนำนั่นคือ คัตเตะด้ง (ข้าวหน้าอาหารทะเลตามใจฉัน) เป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของเมืองคุชิโระ เราสามารถมารถทานคัตเตะด้งได้ที่ตลาด Washo แหล่งขายซีฟู้ดสดๆ ในราคาสมเหตุสมผลให้เลือกมากมาย วิธีการทานคัตเตะด้งก็ง่ายๆ เพียงแค่เราไปซื้อข้าวจากร้านหนึ่ง แล้วเดินเลือกซื้ออาหารทะเลมาวางบนข้าว ไม่ว่าจะเป็น ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า หอยเชลล์ หอยเม่น ไปจนถึงปลาญี่ปุ่นหลากหลายชนิดที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน โดยสามารถนั่งทานที่โต๊ะที่ทางตลาดจัดเตรียมไว้ได้เลย เป็นการทานข้าวที่สามารถอร่อยไปกับรสชาติความสด และสนุกที่ได้เลือกชิ้นปลาเองด้วย

ที่แอดได้เล่ามาข้างต้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของดีของเมืองคุชิโระเท่านั้น ใครอยากรู้ว่าคุชิโระว้าวจริงอย่างที่แอดเล่ามาไหมต้องลองไปเยือนคุชิโระด้วยตัวเองสักครั้ง รับรองว่าต้องหลงรักเมืองแสนสงบแห่งนี้แน่นอน

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก Korawan Khosakitchalert อาสาสมัครจาก โครงการ Friends from Thailand ณ เมืองคุชิโระ ฮอกไกโด 2022 และการท่องเที่ยวเมืองคุชิโระ
Back to blog