7 จุดสายมู คันไซ-ทตโตริ

7 จุดสายมู คันไซ-ทตโตริ

 7 จุดสายมู คันไซ-ทตโตริ

วันนี้เรารวมจุดเที่ยวญี่ปุ่นสไตล์สายมูที่ไม่ควรพลาดตามเส้นทาง คันไซ - ทตโตริ มาไว้ให้เลือกตามรอยกัน รับรองว่า ปัง!
1.  ศาลเจ้าอิซุโมะ
2.  ศาลเจ้าอามาโนะอิวาโตะ
3.  ศาลเจ้าอิสึคุชิม่า
4.  วัดคิโยมิสึ
5.  ศาลเจ้ายาซากะ
6.  ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
7.  วัดโทไดจิ

1. ศาลเจ้าอิซุโมะ ไทชะ (Izumo Taisha)

ศาลเจ้าอิซุโมะศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของญี่ปุ่นเพราะเชื่อว่าเป็นประทับของเทพเจ้าโอคุนินุซึโนะ โอคะมิ เทพผู้สร้างประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเทพแห่งความสัมพันธ์รวมถึงการสมรสอีกด้วย

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าศาลเจ้าอิซุโมะนี้เป็นสถานที่รวมตัวของเทพเจ้าในเดือนสิบ ตามปฎิทินจันทรคติของทุกปี มักตรงกับเดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เทพเจ้าจากทั่วทุกสารทิศกว่า 8 ล้านองค์ในประเทศญี่ปุ่นมารวมตัวกัน ช่วงนี้จะมีการจัดเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ขึ้นเป็นประจำทุกปี

ข้อสำคัญ! ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีขั้นตอนการขอพรที่ต่างจากที่อื่นคือ ปรบมือ 4 ครั้ง ต่างจากที่อื่นที่จะปรบมือเพียง 2 ครั้ง

📍 ศาลเจ้าอิซุโมะ ไทชะ ตั้งอยู่จังหวัดชิมาเนะ
📅 เปิดให้เข้าชม ฟรี! ทุกวัน (เสียค่าเข้าชมในบางจุด)
        • เดือน  มี.ค. - ต.ค.  เวลา 06:00 - 20:00 น.
        • เดือน  พ.ย. - ก.พ.  เวลา 06:30 - 20:00 น.

2. วัดเทนเรียวจิ Tenryuji Temple
วัดพุทธนิกายเซนอันดับ 1 ใน 5 ของเกียวโต สายรินไซ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1339 เพื่อรำลึกถึงจักรพรรดิโกะ ไดโงะ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตัววัดที่เราเห็นในปัจจุบันนี้เป็นส่วนที่ได้รับการปรับปรุงมาหลังความเสียหายจากสงคราม แต่ที่น่าแปลกใจคือส่วนของสวนญี่ปุ่นภายนั้นกลับไม่ได้รับความเสียหายและยังคงเดิมมาจนปัจจุบัน นอกจากเป็นที่รวมแห่งศรัทธาของชาวเกียวโตแล้วที่วัดแห่งนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอีกด้วย
📅 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา  08:30 - 17:00 น. (รอบสุดท้าย 16:00 น.)
💴 ค่าเข้าชม 
        • ผู้ใหญ่ 400 เยน
        • เด็ก 200 เยน
        • เข้าชมในอาคารเพิ่ม 300 เยน

3. ศาลเจ้าอิสึคุชิม่า (Itsukushima Jinja)
ศาลเจ้ามรดกโลกชื่อดังแห่งเกาะมิยาจิม่า ฮิโรชิม่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีความเชื่อว่าที่นี่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าที่ปกป้ององค์จักรพรรดิและประเทศญี่ปุ่น ในอดีตนั้นคนธรรมดาทั่วไปจะไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ และในปัจจุบันเพื่อคงความศักดิ์สิทธิ์ไว้ก็ยังไม่อนุญาติให้หญิงใกล้คลอดหรือบุคคลป่วยใกล้เสียชีวิตเข้ามา

จุดที่มีความโดดเด่นที่สุดของที่นี่คงหนีไม่พ้น โทริอิแดงยักษ์กลางทะเลเซโตะ ซึ่งเมื่อน้ำขึ้นจะเหมือนลอยอยู่บนน้ำ จนมีอีกชื่อหนึ่งว่าโทริอิลอยน้ำ โดยเมื่อน้ำลงจะสามารถเดินไปเที่ยวชมโทริอินี้ได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดนั่นคือ วิหารซึ่งบรรจุสมบัติล้ำค่าไว้กว่า 4,500 ชิ้น ซึ่งได้รับมอบมาจากตระกูลดังมากมายของญี่ปุ่น

📅 เปิดให้เข้าชมทุกวัน
💴 ค่าเข้าชม
        • ผู้ใหญ่ 300 เยน
        • เด็กมัธยมต้น 100 เยน
        • เด็กมัธยมปลาย 200 เยน

4. วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu Dera)
วัดคิโยมิสึ หรือที่ชาวไทยรู้จักกันในชื่อ วัดน้ำใส เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก วัดแห่งนี้สร้างจากความศรัทธาในองค์เจ้าแม่กวนอิม โดยมีตำนานว่าภิกษุนาม เคนชิน ได้ค้นพบน้ำตกที่ใสสะอาดตามที่ตนเคยฝันถึง และได้พบกับภิกษุรูปหนึ่งได้แนะนำให้ตนแกะสลักกวนอิมพันมือขึ้นเพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิม หลังจากได้แนะนำเสร็จก็ได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา เมื่อเวลาผ่านไปเคนชินได้แกะสลักจนเสร็จ และได้พบกับซามูไรนามซากาโนะอุเอะโดยบังเอิญ เมื่อได้แสดงธรรมให้ฟังทำให้เกิดความศรัทธาจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นและตั้งชื่อว่า วัดคิโยมิสึ ซึ่งมีความเชื่อว่าผู้ที่ได้ดื่มน้ำที่วัดแห่งนี้จะสมหวังดังปรารถนา โดยที่นี่มีน้ำธารน้ำสามสายสื่อถึงพรสามประการคือ การศึกษา ความรัก และสุขภาพ
📅 เปิดให้เข้าชมฟรี! ทุกวัน (อาคารหลักเสียค่าเข้า 300 เยน)

5. ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)
ศาลเจ้ายาซากะ จุดขอพรด้านความรักที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโต เนื่องจากที่นี่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าซุซาโนโอะโนะมิโคโตะ และ เทพคุชินาดะฮิเมะโนะมิโคโตะ เทพสองสามีภรรยาที่มีความรักมั่นคงต่อกัน ทำให้เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาสักการะขอพรด้านความรัก ณ ศาลเจ้าแห่งนี้จะสมหวังดังใจหมาย และนอกจากเทพทั้งสองแล้วที่นี่ยังมีศาลเจ้าย่อยของเทพเจ้าอื่นๆ อีก อาทิเช่น เทพอุทซึคุชิโกะเซ็น เทพแห่งความงาม เป็นต้น
📅 เปิดให้เข้าชมฟรี! ทุกวัน

6. ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ไทฉะ (Fushimi Inari Taisha)
ศาลเจ้าศาสนาชินโต ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 711 เพื่อถวายแด่ เทพอินาริ เทพเจ้าแห่งกสิกรรม แต่เมื่อชาวบ้านพากันมาขอพรให้มีความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ท่านจึงกลายเป็นเทพแห่งความร่ำรวยไปโดยปริยาย และด้วยท่านเทพอินาริจะไม่สื่อสารกับมนุษย์โดยตรงแต่จะสื่อสารผ่านบริวารของท่านคือ สุนัขจิ้งจอก จึงทำให้ภายในบริเวณศาลเจ้าเต็มไปด้วยรูปปั้นจิ้งจอก และในบางจุดจะเห็นว่ามีคนนำเอาอะบุระอาเกะ หรือเต้าหู้ทอด มาวางไว้เพราะนั่นคือของโปรดของเจ้าจิ้งจอกนั่นเอง และไฮไลท์ของศาลเจ้าแห่งนี้คงหนีไม่พ้นอุโมงค์โทริอิแดงพันต้น ที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตร โดยเสาเหล่านี้มาจากผู้ที่ศรัทธาท่าน มาบริจาคประตูโทริอิเพื่อแสดงความขอบคุณจากคำอธิษฐานของตน ขอแอบกระซิบว่าที่นี่โดดเด่นมากในเรื่องการค้าใครอยากมียอดปังๆ ไม่ควรพลาด
📅 เปิดให้เข้าชมฟรี! ทุกวัน 24 ชั่วโมง

7. วัดโทไดจิ (Todaiji)
โทไดจิ เมืองนารา วัดซึ่งมีความสำคัญและเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอายุกว่า 1,200 ปี ที่รวมสามความยิ่งใหญ่ไว้ด้วยกันนั่นคือ เราจะได้สักการะ "หลวงพ่อโต (ไดบุตสึ) ปางสมาธิใหญ่ที่สุดในโลก" เริ่มสร้างในปี พ.ศ. 1286 ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และโรคภัยในยุคเทมเปียวซึ่งประสบภัยโรคระบาดในขณะนั้น ทำให้ผู้คนมักหลั่งไหลมาขอพรเกี่ยวกับสุขภาพเป็นพิเศษ และสิ่งยิ่งใหญ่ที่สองนั้น เราจะได้ชม "วิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" ซึ่งวิหารที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นขนาดที่เล็กลงตามบันทึกประวัติศาสตร์จากขนาดเริ่มสร้างถึง 3 เท่า และสิ่งยิ่งใหญ่ที่สามนั่นคือ "ประตูนันไดมง ประตูวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” พร้อมกับรูปสลักเทพพิทักษ์ที่สูงกว่า 8.4 ม. และเสน่ห์อีกอย่างของที่วัดแห่งนี้คือเหล่ากวางนารา ที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณตรงทางเข้า
📅 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08:00 - 17:00 น.
 💴 ค่าเข้าชม
       • บัตรแบบรวม 800 เยน หรือสามารถซื้อแยกได้
       • บัตรเข้าชมวิหารหลวงพ่อโต 500 เยน
       • บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 500 เยน
Back to blog